Hot-line : 083-987-4955
โทรศัพท์มือถือของคุณอาจจะถูกแฮ็กและใช้สอดแนม!โดยที่คุณไม่รู้ตัว

โทรศัพท์มือถือของคุณอาจจะถูกแฮ็กและใช้สอดแนม!โดยที่คุณไม่รู้ตัว

สมาร์ตโฟนคือหน้าต่างในการติดต่อกับโลกกว้างของใครหลายคน แต่ถ้ามันเป็นหน้าต่างที่เปิดให้คนภายนอกเข้ามายุ่มยามในชีวิตส่วนตัวของคุณล่ะ?

คุณเคยคิดบ้างไหมว่า อาจจะมีสายลับแฝงตัวอยู่ในกระเป๋าของคุณ

ลองจินตนาการว่า แฮ็กเกอร์สามารถติดตั้งสปายแวร์ลงในโทรศัพท์ของคุณจากระยะไกลได้ ทำให้พวกเขาเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างในโทรศัพท์ของคุณ รวมถึงข้อความที่เข้ารหัส อาจจะถึงขั้นควบคุมไมโครโฟนและกล้องได้ด้วย

เหตุการณ์เช่นนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดูไกลเกินความเป็นจริงก็ได้ เรามีหลักฐานสำคัญที่ระบุว่า มีการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อแกะรอยผู้สื่อข่าว นักเคลื่อนไหว และทนายความ จำนวนมากทั่วโลก

แต่ใครที่ทำเรื่องแบบนี้ และเหตุผลคืออะไร? เราจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อป้องกันปัญหานี้

ซอฟต์แวร์อันทรงพลังถูกจัดให้เป็นอาวุธอย่างหนึ่ง

ไมก์ เมอร์เรย์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ของ Lookout ในนครซานฟรานซิสโก ซึ่งเป็นบริษัทที่ช่วยเหลือรัฐบาลต่าง ๆ ภาคธุรกิจและผู้บริโภคในการรักษาข้อมูลของตัวเองให้ปลอดภัย

เขาเล่าถึงวิธีการทำงานของ ซอฟต์แวร์สอดแนมที่ชาญฉลาดที่สุดเท่าที่เคยมีการพัฒนาขึ้น ซอฟต์แวร์นี้ทรงพลังมากจนได้รับการจัดอันดับให้เป็นอาวุธอย่างหนึ่ง และการซื้อขายต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด

ไมก์ บอกว่า “ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์นี้ สามารถแกะรอยคุณได้ด้วยจีพีเอสของคุณ”

พวกเขาสามารถเปิดไมโครโฟนและกล้องเมื่อไหร่ก็ได้ และบันทึกทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัวคุณ มันแอบเข้าแอปพลิเคชัน โซเชียลมีเดียที่คุณมีทุกแอปฯ ได้ด้วย มันขโมยภาพถ่ายและหมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลในปฏิทินของคุณได้ รวมถึงอีเมลและเอกสารทุกอย่างที่คุณมี”

A Woman Of No Importance : ชีวิตจริงของสายลับ”หญิงขาเป๋” ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่นาซีเกรงกลัวที่สุด
สายลับเกาหลีใต้ผู้ถูกจำคุกเพราะ ‘ขายความลับ’ ให้เกาหลีเหนือ
“มันเปลี่ยนโทรศัพท์ของคุณให้เป็นอุปกรณ์ดักฟัง ที่พวกเขาใช้แกะรอยคุณได้ และขโมยข้อมูลทุกอย่างในนั้น”

สปายแวร์ เกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว เป็นการเปิดทางสู่โลกใบใหม่

ซอฟต์แวร์นี้ ไม่ได้สกัดข้อมูลที่อยู่ระหว่างทาง ซึ่งปกติจะถูกเข้ารหัสไว้แล้ว แต่เมื่อมีสปายแวร์อยู่ในเครื่อง มันจะใช้ประโยชน์จากหน้าที่การทำงานต่าง ๆ ของโทรศัพท์ได้ เทคโนโลยีนี้มีความก้าวหน้ามาก และแทบจะไม่สามารถตรวจจับได้เลย

เอล ชาโป เจ้าพ่อยาเสพติดชาวเม็กซิกัน มีอาณาจักรที่ใหญ่โตมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

หลังจากหลบหนีออกจากเรือนจำเป็นเวลา 6 เดือน เครือข่ายขนาดใหญ่ของเขาได้ช่วยเหลือและคุ้มกันเขา เอล ชาโป จะสื่อสารผ่านโทรศัพท์ที่เข้ารหัสแล้วเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถแฮ็กได้

แต่ทางการเม็กซิโกอ้างว่า ได้ซื้อซอฟต์แวร์สอดแนมที่ก้าวหน้ามาใหม่ และได้ติดตั้งซอฟต์แวร์นี้ลงในโทรศัพท์ของคนวงในที่ใกล้ชิดกับ เอล ชาโป จนกระทั่งทำให้รู้แหล่งกบดานของเขา

การรวบตัว เอล ชาโป แสดงให้เห็นว่า ซอฟต์แวร์ชนิดนี้เป็นอาวุธที่ประเมินค่าไม่ได้ในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายและแก๊งอาชญากรรมที่ทำกันเป็นระบบ การที่บริษัทซอฟต์แวร์แฮ็กเข้าไปในโทรศัพท์และแอปฯ ที่ถูกเข้ารหัส อาจช่วยชีวิตผู้คนได้จำนวนมาก และยังช่วยหยุดยั้งกลุ่มที่มีแนวคิดสุดโต่งรุนแรงได้ด้วย

แต่อะไรจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีอาวุธเหล่านี้นำมันไปใช้กับคนทั่วไป?

คนที่ทำให้รัฐบาลไม่พอใจ จะเสี่ยงต่อการถูกแฮ็กหรือไม่?

การแฮ็กที่เกิดขึ้นใกล้ตัวคุณ
ในเดือน พ.ค. 2019 มีเหตุล่วงละเมิดด้านความปลอดภัยของแอปพลิเคชันวอตส์แอปป์ที่โด่งดังเกิดขึ้น ปกติคนจำนวนมากใช้แอปฯ นี้ ในการพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัวเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ทั่วไปในชีวิตประจำวัน

หากคุณคิดว่า การแฮ็กที่เกิดขึ้น คือ การมีคนมาแอบฟังเวลาคุณโทรคุยผ่านวอตส์แอปป์ อาจจะต้องคิดใหม่

แอปฯ นี้ เป็นเพียงจุดที่เปิดช่องให้เข้าซอฟต์แวร์ของโทรศัพท์เท่านั้น เมื่อเปิดแอปฯ แฮ็กเกอร์จะสามารถดาวน์โหลดสปายแวร์เข้าเครื่องได้

ผู้รับไม่ต้องคลิกลิงก์ใด ๆ ทั้งสิ้น โทรศัพท์จะถูกเจาะเข้าระบบได้ด้วยการใช้แอปฯ นี้โทรออกและวางสาย การแฮ็กเช่นนี้ รู้จักกันในชื่อว่า เทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้การคลิก หรือ ซีโรคลิกเทคโนโลยี (zero click technology)

วอตส์แอปป์ต้องรีบแก้ไขปัญหานี้ให้แก่ผู้ใช้งาน 1,500 ล้านคน แต่ไม่มีใครรู้ว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการแฮ็กนี้คือใคร ครั้งนี้วอตส์แอปป์ถูกโจมตี แต่ครั้งต่อไปจะถึงคราวของแอปฯ ไหน และใครที่ทำแบบนั้น

อีกนานแค่ไหน จึงจะตรวจจับสปายแวร์ไม่ได้เลย

เป้าหมายสูงสุดของอุตสาหกรรมระบบการตรวจสอบข้อมูลสารสนเทศที่ถูกต้องตามกฏหมาย คือการพัฒนาสปายแวร์ที่ไม่สามารถถูกตรวจจับได้ 100%

ถ้าพวกเขาทำสำเร็จ จะไม่มีใครแจ้งการล่วงละเมิดได้ เพราะไม่มีใครรู้ว่ามีการล่วงละเมิดเกิดขึ้น เราจะต้องอยู่ในกำมือของผู้พัฒนาสปายแวร์ ไม่ว่าเขาจะใช้มันอย่างถูกกฎหมายหรือไม่

ฟังดูเหมือนเรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง เจมส์ บอนด์ แต่นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในโลกใหม่นี้

การคุกคามมีอยู่จริง และเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องคำนึงถึงในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลจาก BBC
ติดตามเราทาง Facebook

Leave a Reply

Close Menu
×